เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๖๘ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอามินทร์ มูยะโซ๊ะ นายนเรศ ธำรงทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี โดยมี นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกรมชลประทานและผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักชลสิทธิ์ เข้าร่วมรายงานสถานการณ์น้ำ
ในโอกาสนี้กรมส่งเสริมสหกรณ์โดย นายณัฐพล แป้นนอก ผู้ตรวจราชการกรมฯ เขตตรวจราชการที่ ๑๑ , ๑๓ และ ๑๔ พร้อมด้วย นายทินกร ตรีเวช สหกรณ์จังหวัดลพบุรี และนายศักดิ์เสรี สีแดง เจ้าพนักงานส่งเสริมสหกรณ์อาวุโส สำนักงานสหกรณ์จังหวัดลพบุรี ร่วมให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุมฯ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ตำบลหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี
ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า การลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เป็นการลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตอนนี้ปัญหาที่พบคือเรื่องของปัญหาการสั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในด้านการบริหารจัดการน้ำ ที่อาจจะไม่เกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งการที่มีการระบายน้ำเกินตามระเบียบที่ต้องขออนุญาตส่วนกลางบางครั้งใช้เวลามากเกินไป อย่างเช่นการบริหารจัดการน้ำอัตราการไหล ๗๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะต้องขออนุญาตส่วนกลาง ซึ่งกว่าจะได้รับการอนุญาตใช้เวลาประมาณ ๖ วัน บางครั้งอาจจะไม่ทันต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเวลาบางครั้งน้ำมาไว ซึ่งตรงนี้จะนำกลับไปปรึกษากับท่านนายกรัฐมนตรี อีกครั้ง เพื่อหาแนวทางแก้ไขใหม่ รวมไปถึงการแก้ไขปัญหาระยะยาวในเรื่องของปัญหาน้ำท่วมก็ต้องมีการทบทวนกันใหม่ ไม่ใช่พอถึงฤดูกาลน้ำหลากก็มาคอยแก้ไขปัญหาเรื่องเดิม ๆ ตรงนี้ ถือเป็นเรื่องสำคัญ และได้มีการสั่งการหน่วยงานต่างๆ ในหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของการกำจัดวัชพืช สิ่งกีดขวางทางน้ำ โดยให้เวลา ๑ เดือนในการกำจัดวัชพืช ส่วนปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งอยู่ในลำน้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ให้พิจารณาการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ โดยให้ทำการขุดลอกลำน้ำ เพื่อเพิ่มความจุให้กับลำน้ำโดยประสานการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย เพื่อลดปัญหาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนในอนาคตต่อไป